source avatar撸币教程|Bird🕊️(✧ᴗ✧) ∞KIN🥊.edge🦭

แชร์
Share IconShare IconShare IconShare IconShare IconShare IconCopy

ก่อนหน้านี้ ผมเคยคิดว่ามีกำแพงกั้นระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลกับชีวิตประจำวัน การมีเหรียญอยู่ในกระเป๋าเงินกับการซื้อกาแฟ สมัคร Netflix ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือใช้จ่ายตอนเดินทาง ดูเหมือนเป็นสองเรื่องที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทุกครั้งที่ต้องใช้จ่าย ผมต้องแปลงเหรียญเป็นเงิน fiat แล้วถอนไปยังแพลตฟอร์มแล้วค่อยแลกกลับมา ขั้นตอนยุ่งยากจนทำให้ความตื่นเต้นหายไป เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้พบกับ @KoloHub ซึ่งทำให้ผมประทับใจไม่ใช่เพราะเขาสร้างบัตรคริปโตอีกใบหนึ่ง แต่เพราะเขาทำให้ “การใช้จ่าย” เปลี่ยนเป็นการสะสม BTC อย่างง่ายดาย ผู้ใช้งานใหม่ได้รับ BTC คืนสูงสุด 5% เมื่อสมัคร และมีค่าตอบแทน BTC 2% สำหรับการใช้จ่ายประจำวัน จุดสำคัญคือ ค่าตอบแทนไม่ใช่แต้มสะสมที่ซับซ้อนหรือโทเค็นของแพลตฟอร์มใดๆ แต่เป็น Bitcoin ซึ่งผมเองก็ตั้งใจจะถือไว้ในระยะยาว แนวคิดนี้ตรงไปตรงมาสำหรับผม: หากวันนี้ผมต้องใช้จ่าย 100 ดอลลาร์สหรัฐตามปกติ การใช้บัตรธนาคารทั่วไปก็จบเพียงเท่านั้น แต่ถ้าใช้บัตร Kolo การชำระเงินแต่ละครั้งจะทำให้กระเป๋าเงินของผมมี BTC เพิ่มขึ้นเล็กน้อย มันไม่ต้องให้ผมศึกษาเรื่อง APY สูงๆ หรือจับตาตลาดทุกวัน การซื้อของ กินข้าว จองตั๋วเครื่องบิน หรือช้อปปิ้งออนไลน์ — กิจกรรมที่ผมจะทำอยู่แล้ว — สามารถเปลี่ยนเป็น “การสะสม BTC โดยอัตโนมัติ” ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้น ขั้นตอนการใช้งาน Kolo ก็ไม่ซับซ้อนเลย ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ มันรองรับ Apple Pay และ Google Pay และหลังจากผ่าน KYC เพียง 1 นาที ก็สามารถใช้สินทรัพย์คริปโตในการใช้จ่ายจริงได้แล้ว โดยสามารถเติม BTC, ETH, USDT, USDC และแม้แต่ PEPE และเมื่อชำระเงินจะแปลงเป็นสกุลเงินท้องถิ่นโดยอัตโนมัติ สำหรับผู้เริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการบนบล็อกเชนมากมาย ส่วนผู้ใช้งานเก่าก็ไม่ต้องยุ่งยากกับ P2P การแลกเปลี่ยนเงินหรือการถอนเงินอีกต่อไป ผมยังให้ความสำคัญกับคุณสมบัติระดับโลกของมันด้วย Kolo อ้างว่ารองรับมากกว่า 170 ประเทศ/ภูมิภาค และสามารถใช้งานได้ในสถานที่ที่รับ Visa หรือ Mastercard ซึ่งหมายความว่า มันไม่ได้อยู่แค่ในวงการ Web3 เท่านั้น แต่กำลังพยายามเชื่อมสินทรัพย์คริปโตเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น MiCA-ready, AML risk controls, Sumsub KYC และ 2FA ทำให้ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่โปรเจกต์ที่ขายแนวคิดลอยๆ ในมุมมองของผม สิ่งที่ดึงดูดที่สุดของ KoloHub คือการเชื่อมโยง “การถือครอง BTC” กับ “การใช้จ่ายประจำวัน” เข้าด้วยกัน ก่อนหน้านี้ เราพูดถึงการ stack sats ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนแบบสม่ำเสมอ แต่ตอนนี้มันเสนอวิธีใหม่: โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เพียงแค่เปลี่ยนเครื่องมือชำระเงิน เพื่อให้ทุกครั้งที่เราเสียบบัตร เราจะสะสม BTC เพิ่มขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว หากคุณอยู่ในโลก Web3 และมักใช้สินทรัพย์คริปโตอยู่แล้ว แต่ยังไม่พบช่องทางการใช้จ่ายที่สะดวกสบาย ผมคิดว่า KoloHub คุ้มค่าที่จะลองพิจารณา โดยเฉพาะช่วงเวลาสำหรับผู้ใช้งานใหม่ที่ได้รับ BTC คืนสูงสุด 5% — การทดลองใช้งานเร็วหรือช้าอาจแตกต่างกันแค่ผลตอบแทนจากการ “ขุดเหรียญผ่านการใช้จ่าย” ครั้งแรกของคุณ ผมมองเรื่องนี้อย่างเรียบง่าย: อย่าปล่อยให้เหรียญของคุณนอนนิ่งในกระเป๋าเงินเพียงอย่างเดียว เพราะตอนนี้ มันสามารถไหลเวียนไปพร้อมกับชีวิตของคุณได้แล้ว @KoloHub

No.0 picture
แหล่งที่มา:แสดงต้นฉบับ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลในหน้านี้อาจได้รับจากบุคคลที่สาม และไม่จำเป็นต้องสะท้อนถึงมุมมองหรือความคิดเห็นของ KuCoin เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยไม่มีการรับรองหรือการรับประกัน และจะไม่ถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน KuCoin จะไม่รับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือการละเว้นในเนื้อหา หรือผลลัพธ์ใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอาจมีความเสี่ยง โปรดประเมินความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์และความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้อย่างรอบคอบตามสถานการณ์ทางการเงินของคุณเอง โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ข้อกำหนดการใช้งานและเอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงของเรา