Bitcoin 6.9 ล้านเหรียญอาจหายในวันเดียว ถ้าควอนตัมมาเร็วกว่าที่ใครคาด . ปี 2009 วันที่ Satoshi Nakamoto ขุด Bitcoin บล็อกแรกของโลก ระบบรักษาความปลอดภัยที่เขาเลือกใช้ถูกออกแบบมาให้คอมพิวเตอร์ทั่วไปใช้เวลานับล้านปีในการเจาะ . Project Eleven สตาร์ทอัพด้านความปลอดภัยหลังยุคควอนตัม เพิ่งออกรายงานระบุว่า Q-Day อาจมาถึงเร็วที่สุดในปี 2030 และมีความเป็นไปได้มากกว่าครึ่งที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2033 . Q-Day คือจุดเปลี่ยนสมมติที่นักวิทยาศาสตร์ใช้เรียกช่วงเวลาที่คอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computer) มีพลังงานเพียงพอที่จะทำลายระบบเข้ารหัสที่โลกใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ Bitcoin แต่รวมถึงธนาคาร ระบบทหาร และโครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตทั้งหมด . แต่ที่น่ากังวลที่สุดตอนนี้คือตัวเลข 6.9 ล้าน BTC ที่อาจหายไปก่อนใคร . 1) ปี 1985 นักคณิตศาสตร์ Neal Koblitz และ Victor Miller เสนอระบบเข้ารหัสที่ชื่อว่า ECC (Elliptic Curve Cryptography) ซึ่งอาศัยโครงสร้างทางพีชคณิตของเส้นโค้งรูปไข่ในการปกป้องข้อมูล ความยากในการถอดรหัสขึ้นอยู่กับขนาดที่เรียกว่า "บิต" Bitcoin ใช้ขนาด 256 บิต ซึ่งสำหรับคอมพิวเตอร์ปกติแล้วแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเจาะได้ . 2) ปี 2009 Satoshi Nakamoto เลือก ECC เป็นระบบรักษาความปลอดภัยหลักของ Bitcoin กุญแจส่วนตัว (Private Key) ที่แต่ละคนถือครองปลอดภัยตราบเท่าที่ไม่มีใครคำนวณย้อนกลับได้จากกุญแจสาธารณะ (Public Key) ที่มองเห็นบน Blockchain . 3) ปี 2019 นักฟิสิกส์ของ Google ประกาศความสำเร็จที่เรียกว่า Quantum Supremacy ซึ่งหมายความว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถแก้ปัญหาบางอย่างได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังไม่ใช่การเจาะรหัส ECC แต่ทิศทางชัดเจน . 4) ปี 2022 สถาบัน NIST ของสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการมาตรฐานระบบเข้ารหัสที่ต้านทานควอนตัม หรือที่เรียกว่า Post-Quantum Cryptography เพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังใกล้เข้ามา . 5) เดือนเมษายน 2026 นักวิจัยรายหนึ่งสามารถถอดรหัสกุญแจ ECC ขนาด 15 บิตได้สำเร็จ โดยใช้ฮาร์ดแวร์ควอนตัมสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ และคว้ารางวัล Q-Day Prize มูลค่า 1 BTC ไป ตัวเลข 15 บิตยังห่างไกลจาก 256 บิตมาก แต่คือหลักฐานว่าเส้นทางสู่การเจาะรหัส Bitcoin มีอยู่จริง และกำลังสั้นลง . 6) พฤษภาคม 2026 Project Eleven เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ระบุว่าพัฒนาการด้านควอนตัมไม่ได้เพิ่มขึ้นช้าๆ แบบเส้นตรง แต่เร่งตัวแบบทบต้น รายงานประเมินว่า Bitcoin ราว 6.9 ล้าน BTC ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 18 ล้านล้านบาท มีกุญแจสาธารณะที่มองเห็นได้บน Blockchain อยู่แล้ว รวมถึงเหรียญที่คาดว่าเป็นของ Satoshi Nakamoto ซึ่งหากมีควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่แกร่งพอ ก็สามารถคำนวณย้อนกลับเพื่อหากุญแจส่วนตัวและขโมยเหรียญเหล่านั้นได้ . 7) Project Eleven ยังชี้ถึงกฎที่เรียกว่า Mosca's Inequality ซึ่งสรุปง่ายๆ ว่าถ้าระบบใดต้องใช้เวลาอัปเกรดนานกว่าที่ภัยคุกคามจะมาถึง นั่นแปลว่าเริ่มช้าไปแล้ว การอัปเกรด Bitcoin ให้ต้านทานควอนตัมต้องใช้เวลาหลายปีและต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชนนักพัฒนาทั่วโลก ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ในชั่วข้ามคืน . 8) Jameson Lopp นักพัฒนา Bitcoin อาวุโส เสนอ BIP-361 หรือ Bitcoin Improvement Proposal ฉบับที่ 361 ซึ่งเป็นกระบวนการเสนอปรับปรุง Bitcoin ผ่านการลงมติของชุมชน โดยแนะนำให้กำหนดกรอบเวลาหลายปีให้ผู้ใช้ย้ายเหรียญของตัวเองไปยังที่อยู่กระเป๋าที่ต้านทานควอนตัมได้ ก่อนที่ระบบเก่าจะถูกปิดใช้งาน . 9) Dan Robinson นักวิจัยจาก Paradigm บริษัทร่วมลงทุนด้านคริปโต เสนออีกแนวทางหนึ่งให้ผู้ถือ Bitcoin พิสูจน์ความเป็นเจ้าของกระเป๋าผ่านระบบ Timestamp หรือตราประทับเวลาบน Blockchain เพื่อใช้อ้างสิทธิ์บน Bitcoin เวอร์ชันที่รองรับควอนตัมในอนาคต . 10) Google ตั้งเป้าหมายย้ายระบบทั้งหมดไปใช้การเข้ารหัสที่ต้านทานควอนตัมภายในปี 2029 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการที่หลายบริษัทเทคโนโลยีตั้งเป้าไว้ . เรื่องนี้ไม่ต่างจากตอนที่วิกฤต Y2K กำลังจะมาถึงในปี 2000 มีทั้งคนที่บอกว่าโลกจะพัง และคนที่บอกว่าเกินจริง สุดท้ายปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นใหญ่โตเพราะมีการเตรียมรับมือล่วงหน้าอย่างจริงจัง ความแตกต่างของ Q-Day คือเราไม่รู้แน่ชัดว่าวันนั้นจะมาเมื่อไหร่ และพัฒนาการของควอนตัมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนคาดไว้ในตอนแรก . ถ้า Q-Day มาถึงก่อนที่ระบบจะถูกอัปเกรด ผลกระทบจะไม่จำกัดอยู่แค่คริปโต แต่รวมถึงระบบธนาคาร บัตรเครดิต และโครงสร้างพื้นฐานความปลอดภัยดิจิทัลทั้งหมดที่โลกใช้อยู่ในปัจจุบัน . มีผู้ใช้งานบนโซเชียลมีเดียแสดงความเห็นว่า "คนที่ถือ Bitcoin มาตั้งแต่ยุคแรกๆ เดือดร้อนหนักที่สุดเพราะ Public Key พวกนั้นเปิดเผยอยู่บน Blockchain หมดแล้ว แค่ย้ายกระเป๋ายังช้าไม่ได้เลย" . อีกความเห็นหนึ่งระบุว่า "ปัญหาจริงๆ คือเหรียญของ Satoshi ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะย้ายได้อย่างไร ถ้าถูกขโมยไป ความเชื่อมั่นใน Bitcoin ทั้งระบบจะพังหรือเปล่า?" . ณ ตอนนี้ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ควอนตัมเครื่องใดสามารถเจาะรหัส ECC 256 บิตได้ แต่รายงานของ Project Eleven ชี้ว่าคำถามไม่ใช่ "จะเกิดขึ้นไหม" อีกต่อไป แต่คือ "จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่" . แล้วคุณคิดว่าถ้า Q-Day มาถึงจริงๆ วงการคริปโตและระบบเข้ารหัสทั่วโลกจะเตรียมพร้อมได้ทันไหม? คอมเม้นต์บอกกันได้เลย

แชร์







แหล่งที่มา:แสดงต้นฉบับ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลในหน้านี้อาจได้รับจากบุคคลที่สาม และไม่จำเป็นต้องสะท้อนถึงมุมมองหรือความคิดเห็นของ KuCoin เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยไม่มีการรับรองหรือการรับประกัน และจะไม่ถูกตีความว่าเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน KuCoin จะไม่รับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือการละเว้นในเนื้อหา หรือผลลัพธ์ใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้
การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอาจมีความเสี่ยง โปรดประเมินความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์และความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้อย่างรอบคอบตามสถานการณ์ทางการเงินของคุณเอง โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ข้อกำหนดการใช้งานและเอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงของเรา