บริษัทด้านความปลอดภัย Cyble ระบุว่า มัลแวร์ตัวใหม่ที่เพิ่งถูกตรวจพบกำลังขยายขอบเขตการโจมตีไปยังธนาคาร บริการทางการเงิน และแอปพลิเคชันคริปโต ซึ่งมีเป้าหมายประมาณ 180 แอปพลิเคชัน โดยวิธีหลักไม่ใช่การเจาะระบบโดยตรง แต่เป็นการแทนที่หน้าจอปลอมหลังจากผู้ใช้เปิดแอปพลิเคชัน เพื่อหลอกให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น PIN รหัสผ่าน และข้อมูลการเข้าสู่ระบบ
หน้า giảหลอกขโมยข้อมูลบัญชี
จุดสำคัญของการโจมตีประเภทนี้คือ “อินเทอร์เฟซปลอม” หน้าจอที่ผู้ใช้เห็นมีลักษณะคล้ายกับแอปพลิเคชันต้นฉบับ แต่จริงๆ แล้วถูกควบคุมโดยโปรแกรมที่เป็นอันตราย Cyble ระบุว่า ผู้โจมตีใช้ช่องทางนี้ในการรวบรวมข้อมูลการยืนยันตัวตน และพยายามควบคุมบัญชีของเหยื่อต่อไป
จากข้อมูลที่เปิดเผย ผู้ได้รับผลกระทบครอบคลุมธนาคาร การชำระเงิน บริการทางการเงิน และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งหมายความว่าพื้นที่ที่อาจถูกโจมตีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุตสาหกรรมเดียว แต่เน้นที่ช่องทางมือถือที่สามารถเข้าถึงเงินทุนโดยตรง
เป้าหมายการโจมตีครอบคลุมธนาคารและแอปพลิเคชันคริปโต
Cyble ระบุว่า มัลแวร์จะแสดงหน้าจอปลอมบนอุปกรณ์ของผู้ถูกโจมตี เพื่อหลอกให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลรับรอง เช่น รหัส PIN เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว ผู้โจมตีอาจข้ามขั้นตอนการตรวจสอบปกติและยึดครองบัญชี
การโจมตีประเภทนี้มีความไวต่อผู้ใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นพิเศษ เนื่องจากธุรกรรมบางอย่างและการโอนเงินเมื่อเสร็จสิ้นแล้ว มักจะยากกว่าในการเรียกคืนเมื่อเทียบกับสถานการณ์ทางการเงินแบบดั้งเดิม หากอุปกรณ์เดียวกันติดตั้งแอปธนาคารและแอปสกุลเงินดิจิทัลพร้อมกัน ความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
- เป้าหมายการโจมตีประมาณ 180 แอปพลิเคชัน
- ครอบคลุมหมวดหมู่ธนาคาร การเงิน และสกุลเงินดิจิทัล
- จุดประสงค์หลักคือการขโมยรหัส PIN และยึดครองบัญชี
ช่องทางการเงินบนมือถือเป็นเป้าหมายหลัก
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ามือถือได้กลายเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญสำหรับการโจมตีบริการด้านเงินทุน โดยหน้าปลอมแบบครอบทับง่ายกว่าการขโมยรหัสผ่านเพียงอย่างเดียว เพราะสามารถใช้ความเชื่อมั่นของผู้ใช้ต่ออินเทอร์เฟซที่คุ้นเคยได้
สำหรับทั้งแพลตฟอร์มและผู้ใช้ ความเสี่ยงไม่ได้มีเพียงในขั้นตอนการเข้าสู่ระบบบัญชี แต่ยังรวมถึงขั้นตอนการยืนยันการชำระเงิน การป้อนรหัสยืนยัน และการตรวจสอบตัวตนภายในแอปพลิเคชัน โดยเมื่อผู้โจมตีเริ่มเป้าหมายทั้งธนาคารและแอปพลิเคชันคริปโต ความกดดันด้านการป้องกันความปลอดภัยก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน





