BlockBeats รายงานว่า ในช่วงเช้าวันจันทร์ 19 มกราคม ตลาดคริปโตในเอเชียเกิดการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกัน บิตคอยน์ซึ่งพุ่งขึ้นสูงสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาถึง 97,000 ดอลลาร์ ได้ร่วงลงอย่างรวดเร็ว และในช่วงระหว่างวันลดลงต่ำกว่า 92,000 ดอลลาร์ ส่วนอีเธอร์มีมูลค่าต่ำกว่า 3,200 ดอลลาร์ และโซลานาลดลงต่ำกว่าระดับ 140 ดอลลาร์ ข้อมูลจาก Coinglass แสดงให้เห็นว่า ในช่วง 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการปิดบัญชีขาดทุนทั่วโลกประมาณ 593 ล้านดอลลาร์ โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่มีสัดส่วนเกือบ 90% ส่งผลให้บรรยากาศของตลาดต้องเผชิญแรงกดดันอย่างชัดเจน
การวิเคราะห์ชี้ว่า ปัจจัยกระตุ้นหลังเหตุการณ์ "แบล็ค ฟรายเดย์" ครั้งนี้คือความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์อีกครั้ง ด้านหนึ่ง ความคาดหวังว่าประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่จะเปลี่ยนจากนโยบายผ่อนคลาย (Dove) เป็นนโยบายเข้มงวด (Hawk) กำลังเพิ่มขึ้น ด้านอีกข้าง ความขัดแย้งเกี่ยวกับกรีนแลนด์และข้อพิพาทภาษีระหว่างสหรัฐและยุโรปกลับมาอีกครั้ง รวมทั้งร่างกฎหมาย CLARITY ที่เป็นมิตรกับสกุลเงินดิจิทัลติดขัดในวุฒิสภา ส่งผลให้ความเสี่ยงในระยะสั้นลดลงอย่างรวดเร็ว
นักวิเคราะห์ของ BiyaPay ชี้ว่า ปัจจุบันนี้มีแนวโน้มมากกว่าจะเป็นการปรับตัวลงตามอารมณ์ที่เกิดจากการทำกำไรในระดับราคาสูง มากกว่าจะเป็นการกลับทิศทางของแนวโน้ม โดยในสภาพแวดล้อมที่มีความผันผวนสูงนักลงทุนสามารถใช้ BiyaPay ในการใช้ USDT เพื่อเข้าร่วมการซื้อขายหุ้นตลาดสหรัฐฯ ตลาดหุ้นฮ่องกง สัญญาออปชัน และสกุลเงินดิจิทัลได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมทั้งปรับปรุงการจัดการพอร์ตการลงทุนระหว่างสินทรัพย์ต่างๆ อย่างยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายและเศรษฐกิจมหภาค




